Page 78 - รายงานวิเคราะห์การใช้ประโยชน์ที่ดินจากภาพถ่ายทางอากาศ : กรณีกลุ่มนายทุนออกเอกสารสิทธิ์(โฉนดที่ดิน)ทับที่ดินริมคลองตะเกียบ บริเวณด้านทิศตะวันตกของเขาตะเกียบ หมู่บ้านเขาตะเกียบ ตำบลหนองแก อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
P. 78

63





                     ทั้ง 2 แปลง 7-2-49.5 ไร เพื่อเปดบริการเปนรีสอรทและบานพักตะเกียบทอง จนถึงปจจุบัน (2545)
                            3) พื้นที่ไมยืนตน (A3)

                               ไมยืนตนพบในแปลงที่ 6 ตั้งแต ป พ.ศ. 2497 มีเนื้อที่ 2-1-33.3 ไร และไดเปลี่ยนแปลง

                     สลับพื้นที่กันไปเปนทุงหญาธรรมชาติ (M1) แตขณะเดียวกันก็มีพื้นที่เพิ่มขึ้นจากทุงหญาธรรมชาติ

                     ดวยเล็กนอย สรุปผลรวมมีพื้นที่ลดลงใน ป พ.ศ. 2510 เหลือเพียง 1-3-61.7 ไร ตอมาใน ป พ.ศ. 2519
                     มีเนื้อที่เพิ่มขึ้นเปน 4-0-14.0 ไร สวนใหญเปนการเปลี่ยนแปลงมาจากพื้นที่ทุงหญาธรรมชาติ ขณะ

                     เดียวกันไดเปลี่ยนไปเปนสิ่งปลูกสราง (U2) เพียงเล็กนอยในแปลงที่ 6 และป พ.ศ. 2534 มีเนื้อที่เพิ่ม

                     มากขึ้นเปน 9-2-69.5 ไร เปนการเพิ่มจากพื้นที่ทุงหญาธรรมชาติมากที่สุดและสิ่งปลูกสรางเล็กนอยใน
                     แปลงที่ 6 และเปลี่ยนมาจากพื้นที่ลุม (M2) น้ําทะเลทวมถึงในแปลงที่ 1 ตอมา ป พ.ศ. 2537 มีเนื้อที่ลด

                     ลงเล็กนอยเหลือ 9-1-32.6 ไร โดยเปลี่ยนไปเปนทุงหญาธรรมชาติในแปลง 6 ป พ.ศ. 2541 มีเนื้อที่ลด

                     ลงเล็กนอยเหลือ 9-0-88.0 ไร โดยเปลี่ยนไปเปนสิ่งปลูกสราง พื้นที่ลุมน้ําทะเลทวมถึงในแปลงที่ 1
                     และพื้นที่ถมดิน (M4) ในแปลงที่ 6 และ ป พ.ศ. 2545 มีเนื้อที่เทาเดิมไมมีการเปลี่ยนแปลง

                            4) พื้นที่ปาชายเลน (F1)

                               มีเนื้อที่ลดลงตั้งแต ป พ.ศ. 2497 จากเนื้อที่ 22-1-70.8 ไรเหลือเพียง 16-2-30.2 ไร ใน ป พ.ศ.
                     2510 โดยเปลี่ยนไปเปนพื้นที่ลุม (M2) น้ําทะเลทวมถึงมากที่สุดในแปลงที่ 1 และ 7 และเปนลําคลอง

                     (W1) ในแปลงที่ 1 ขณะเดียวกันปาชายเลนมีเนื้อที่เพิ่มมาจากพื้นที่ลุมน้ําทะเลทวมถึงในแปลงที่ 1, 2,

                     4, 6, 7, 8, 9, 10, 11 และ 13 ตามลําดับ ป พ.ศ. 2519 เนื้อที่ลดลงเหลือ 11-3-33.6 ไร โดยเปลี่ยนไป

                     เปนพื้นที่ลุมน้ําทะเลทวมถึงในแปลงที่ 6, 8, 9, 10, 13 และ 14 ตามลําดับ เปลี่ยนไปเปนพื้นที่ถมดิน

                     (M4)ในแปลงที่ 11, 12 และ13  เปลี่ยนไปเปนสิ่งปลูกสราง (U2) ในแปลงที่ 2 และเปลี่ยนไปเปน
                     แหลงน้ํา ที่สรางขึ้นในแปลงที่ 11 ในขณะเดียวกันมีพื้นที่ปาชายเลนเพิ่มมาจากพื้นที่ลุมน้ําทะเลทวม

                     ถึงดวยในแปลงที่ 1 ป พ.ศ. 2534 เนื้อที่ลดลงมากที่สุดเหลือเพียง 4-2-76.8 ไร โดยเปลี่ยนไปเปนพื้น

                     ที่ลุม        น้ําทะเลทวมถึงในแปลงที่ 1 เปลี่ยนไปเปนพื้นที่ทุงหญาธรรมชาติในแปลงที่ 7, 8, 9, 12
                     และ 13  เปลี่ยนไปเปนพื้นที่ถมดินในแปลงที่ 2, 14 และเปลี่ยนไปเปนรีสอรท (U6) ในแปลงที่ 6 ตาม

                     ลําดับ ขณะเดียวกันพื้นที่ปาชายเลนมีเนื้อที่เพิ่มโดยเปลี่ยนมาจากพื้นที่ลุมน้ําทะเลทวมถึงและลําคลอง

                     หนอง บึง ในแปลงที่ 1 ป พ.ศ. 2537 กลับมีเนื้อที่เพิ่มขึ้นเปน 10-3-70.9 ไร โดยเปลี่ยนมาจากพื้นที่ลุม

                     น้ําทะเลทวมถึงในแปลงที่ 1 และ 4 และเปลี่ยนมาจากลําคลอง หนอง บึงในแปลงที่ 1 ป พ.ศ. 2541
                     เนื้อที่เพิ่มเปน 11-2-08.7 ไร โดยเปลี่ยนมาจากพื้นที่ลุมน้ําทะเลทวมถึง และลําคลอง หนอง บึง ใน

                     แปลงที่ 1 และพื้นที่ทุงหญาธรรมชาติ (M1)ในแปลงที่ 2 ขณะเดียวกันพื้นที่ปาชายเลนไดเปลี่ยนไป

                     เปนพื้นที่ลุมน้ําทะเลทวมถึงในแปลงที่ 1 ดวย ป พ.ศ. 2545 เนื้อที่ลดลงโดยเปลี่ยนไปเปนพื้นที่ลุม

                     น้ําทะเลทวมถึงและลําคลอง หนอง บึง ในแปลงที่ 1 เล็กนอย และเปลี่ยนไปเปนพื้นที่ทุงหญาธรรมชาติ
                     ในแปลงที่ 2, 3 และ 4 ทั้งแปลง ขณะเดียวกันพื้นที่ปาชายเลนมีพื้นที่เพิ่มจากพื้นที่ลุมน้ําทะเลทวมถึง
   73   74   75   76   77   78   79   80   81   82   83