Page 100 - สถานภาพและการจัดการดินเค็มในประเทศไทย
P. 100
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
ผลสัมฤทธิ์
การฟื้นฟูพื้นที่ดินที่มีผลกระทบจากเกลือระดับเค็มจัดด้วยระบบวิศวกรรมเป็นการกักเก็บ
ปริมาณน้ำฝนให้ได้มากที่สุดในพื้นที่เนินรับน้ำ เพื่อให้เกิดการสะสมน้ำจืดในพื้นที่ที่เรียกว่า แหล่งน้ำใต้ดินใน
ระดับตื้น และนำน้ำใต้ดินระดับตื้นไปใช้ประโยชน์เพื่อการทำการเกษตร เป็นวิธีการที่ช่วยลดระดับน้ำใต้ดินใน
พื้นที่ให้น้ำและลดระดับน้ำเค็ม รวมทั้งเกลือที่อยู่ใกล้ชั้นผิวดินไม่เกิดการแพร่กระจายบริเวณผิวดิน นอกจากนี้
ยังเพิ่มพื้นที่สะสมน้ำจืดบริเวณพื้นที่เหนือคลองหลักสามารถนำน้ำมาทำการเกษตรได้ เช่น การปลูกข้าวนาปี
(พันธุ์ กข15 ขาวดอกมะลิ105 และ กข6) นอกจากนี้ยังสามารถใช้ประโยชน์ในพื้นที่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ และ
เป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในดินที่มีผลกระทบจากเกลือระดับเค็มจัดที่เป็นพื้นที่รกร้างว่างเปล่ามาก่อน รวมทั้ง
น้ำจืดที่สะสมบริเวณพื้นที่เหนือคลองหลักจะมีปลาจากธรรมชาติมาอาศัยและเป็นอาหารของเกษตรกรได้
ทำให้มีความหลากหลายของระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น (ภาพที่ 5.17)
ภาพที่ 5.17 แนวทางการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ดินที่มีผลกระทบจากเกลือระดับเค็มจัด
(2) การฟื้นฟูดินที่มีผลกระทบจากเกลือระดับเค็มจัดด้วยระบบการปลูกพืชทนเค็ม
- การปลูกหญ้าดิ๊กซี่ ดำเนินงานตั้งแต่ปี 2556 ถึง ปี 2564 มีพื้นที่จำนวน 2,400 ไร่
(ภาพที่ 5.18)
หญ้าดิ๊กซี่ Sporobolus virginicus เป็นพืชชอบเกลือ สามารถปรับตัวเจริญเติบโตได้
ในความเค็มระดับสูง พืชเหล่านี้สามารถดูดเกลือเข้ามาสะสมในต้น เพื่อปรับความเข้มข้นของสารละลายใน
เซลล์ ทำให้สามารถดูดน้ำจากดินได้ ส่งผลให้ปริมาณเกลือบริเวณผิวดินลดลง เป็นพืชที่เจริญเติบโตและปรับตัว
ได้ดีในพื้นที่ดินที่มีผลกระทบจากเกลือที่มีคราบเกลือมาก หญ้าดิ๊กซี่มีการขับเกลือออกมาที่ต่อมทางใบ การปลูก
หญ้าดิ๊กซี่เป็นการใช้พื้นที่ดินที่มีผลกระทบจากเกลือให้เกิดประโยชน์ คือ ใช้เป็นพืชคลุมดินเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ
ในพื้นที่ดินที่มีผลกระทบจากเกลือระดับเค็มจัด ป้องกันการเพิ่มขึ้นของพื้นที่ดินที่มีผลกระทบจากเกลือและเป็น
พืชอาหารสัตว์ได้ หญ้าดิ๊กซี่มีอายุประมาณ 3-4 ปี
สถานภาพและการจัดการดินเค็มในประเทศไทย 83
กรมพัฒนาที่ดิน

