Page 65 - รายงานฉบับสมบูรณ์ แนวปฏิบัติการที่ดี (good practices) บริเวณพื้นที่ดินเค็มในประเทศไทย
P. 65
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
กระสอบ ใช้ปุ๋ ยคอกที่ได้จากมูลโคในฟาร์ม ดูแลรักษาโดยการรดน ้าสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ใช้น ้าจากบริเวณร่อง
สวนใช้น ้าหมักชีวภาพ เพื่อบ ารุงต้น ในช่วงหลังติดดอกและก าลังเป็นฝัก ในช่วงนี้แมลงวันทองซึ่งเป็นศัตรูพืชของ
มะขามเทศจะเข้าท าลายที่ฝักอ่อนส่งผลให้ฝักมีรูปทรง ไม่สวยงามท าให้ราคาตกการป้องกันก าจัดแมลงโดย
วิธีการใช้กับดักล่อแมลงและวิธีการรมควันด้วยการเผาฟางเพื่อท าให้เกิดควันซึ่งจะไปรบกวนแมลงวันทองท าให้บิน
หนีขึ้นที่สูงและเป็นเหยื่อของนกที่กินแมลงต่อไป หลังจาก 2 สัปดาห์ เปลือกของฝักจะหนาขึ้น อยู่ในระยะที่
ปลอดภัยต่อการเข้าท าลายของแมลงวันทอง ผลผลิตในปีแรกอยู่ที่ 1,500 กิโลกรัม ราคาขายเฉลี่ยกิโลกรัมละ
80 บาท ท าให้เกษตรกรมีรายได้ต่อปี 120,000 บาทเมื่อเข้าสู่ปีที่ 2 หลังปลูกจะท าการตอนกิ่งพันธุ์ซึ่งถือเป็น
การตัดแต่งกิ่งด้วยใช้เวลาในการตอนกิ่งบนต้นประมาณ 1 เดือน เพื่อให้ตุ้มตอนเกิดรากที่แข็งแรง หลังจาก
นั้นสามารถจ าหน่ายได้โดยตุ้มตอน 1 ต้น ราคา 60 บาท หากเป็นต้นพันธุ์ที่เพาะช าในกระถาง 15 วัน ราคา
กระถางละ 35 บาท โดยมีต้นทุนค่าวัสดุและค่าแรงในการตอนกิ่ง 5 บาท ปัจจุบันรายได้หลักของฟาร์มมาจาก
การขายกิ่งพันธุ์มะขามเทศ เกษตรกรเคยขายได้มากที่สุดถึง 50,000 กระถางต่อปี ท าให้ในปีนั้นเกษตรกรมี
รายได้จากการขายต้นพันธุ์มะขามเทศถึง 1,750,000 บาท
2. กำรเลี้ยงปลำนิลในร่องสวนมะขำมเทศ เนื่องจากสามารถเจริญเติบโตได้ดีในน ้ากร่อยหรือมี
ความเค็มระยะแรกที่เริ่มขุดบ่อ ใส่ปุ๋ ยคอกสลับชั้นกับกองฟางไว้บริเวณคูน ้าที่ร่องสวนเพื่อผลิตอาหารได้แก่
แพลงก์ตอนพืชและไรแดงให้กับปลาในบ่อ แล้วปล่อยลูกปลานิลแปลงเพศ โดยซื้อพันธุ์ปลาจ านวน 15,000
ตัว ราคาตัวละ 1 บาท มาจากส านักงานประมงจังหวัดนครราชสีมา เลี้ยงเป็นเวลา 5 เดือนจึงจะสามารถวางตา
ข่ายจับปลาทยอยขายตามขนาดตัวปลาที่ต้องการได้ ราคาขายกิโลกรัมละ 60 บาท หักลบต้นทุนจาก
ค่าอาหารปลาและค่าแรงจะได้ก าไรจากการขายปลาตัวละ 20 บาทซึ่งใน 1 ปีจะเลี้ยงปลาได้เพียง 1 รอบ ท าให้
มีก าไร จากการขายปลาอยู่ที่ 300,000 บาทต่อปี ปลานิลเลี้ยงง่าย เป็นโรคน้อย เนื่องจากเชื้อโรคและปรสิต
สามารถเจริญเติบโตได้น้อยในน ้าที่มีความเค็ม เนื้อปลามีคุณภาพดี เนื้อแน่น รสชาติอร่อย ไม่มีกลิ่นโคลน
56

