Page 122 - ผลกระทบระยะยาวของการปลูกยางพาราต่อสมบัติดินและความหลากหลายทางชีวภาพในดิน Long Term Impact of Rubber Plantation on Soil Properties and Biodiversity
P. 122

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน




                                                                                                        85




                       7. ปริมาณธาตุอาหารในเศษซากพืช


                                     วิเคราะห์ปริมาณธาตุอาหารในเศษซากพืชโดยทำการวิเคราะห์เฉพาะเศษซากพืช
                       จากแปลงปลูกยางพารา ได้แก่ ปริมาณธาตุไนโตรเจน (total nitrogen) ปริมาณธาตุฟอสฟอรัส

                       (total phosphorus) ปริมาณธาตุโพแทสเซียม (total potassium) ปริมาณธาตุแคลเซียม (total

                       calcium) และปริมาณธาตุแมกนีเซียม (total magnesium) พบว่า ไม่มีความแตกต่างทางสถิติของ
                       ปริมาณธาตุไนโตรเจน (total nitrogen) ปริมาณธาตุฟอสฟอรัส (total phosphorus) และปริมาณ

                       ธาตุแมกนีเซียม (total magnesium) แต่พบว่า ปริมาณธาตุโพแทสเซียม (total potassium) ใน

                       แปลงปลูกยางพารา รอบที่ 1 ช่วงอายุหลังเปิดกรีด (18-22 ปี) (R1o) มีปริมาณสูงสุดอยู่ที่ 0.45
                       เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ปริมาณธาตุโพแทสเซียม (total potassium) มีน้อยที่สุดในแปลงปลูกยางพารา

                       รอบที่ 3 ช่วงอายุหลังเปิดกรีด (18-22 ปี) (R3o) โดยไม่มีความแตกต่างทางสถิติกับปริมาณธาตุ

                       โพแทสเซียมในแปลงปลูกยางพาราช่วงอายุก่อนเปิดกรีด (3-6 ปี) ทั้ง 3 รอบการปลูก (R1y, R2y และ
                       R3y) และพบว่า ปริมาณธาตุแคลเซียม (total calcium) ในเศษซากพืชมีปริมาณสูงสุดในแปลงปลูก

                       ยางพารารอบที่ 1 ช่วงอายุก่อนเปิดกรีด (3-6 ปี) (R1y) คือ 2.54 เปอร์เซ็นต์ (ตารางที่ 22)
                                     เมื่อเปรียบเทียบปริมาณธาตุอาหารในเศษซากพืชจากแต่ละรอบการปลูกของ

                       ยางพารา พบว่า ปริมาณธาตุฟอสฟอรัส (total phosphorus) และปริมาณธาตุแคลเซียม (total

                       calcium) ในเศษซากพืชมีปริมาณมากที่สุดในแปลงปลูกยางพารารอบที่ 1 (R1) โดยมีค่า 0.14 และ
                       2.16 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ แต่ไม่พบความแตกต่างทางสถิติของปริมาณธาตุไนโตรเจน (total

                       nitrogen) ปริมาณธาตุโพแทสเซียม (total potassium) และปริมาณธาตุแมกนีเซียม (total
                       magnesium) ในแต่ละรอบการปลูก (ตารางที่ 23)

                                     อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงช่วงอายุของยางพาราในช่วงก่อนเปิดกรีด (3-6 ปี)

                       และหลังเปิดกรีด (18-22 ปี) พบว่า มีเพียงปริมาณธาตุโพแทสเซียม (total potassium) ที่พบความ
                       แตกต่างทางสถิติ โดยมีปริมาณธาตุโพแทสเซียมในแปลงยางพาราช่วงอายุหลังเปิดกรีด (18-22 ปี)

                       มากกว่าก่อนเปิดกรีด (ตารางที่ 24)

                                     จากการวิเคราะห์องค์ประกอบของข้อมูลโดยวิธี principle component analysis
                       (PCA) พบว่า สามารถแบ่งกลุ่มของแปลงทดลองออกเป็น 3 กลุ่ม คือ

                                     1) แปลงปลูกยางพารารอบการปลูกที่ 1 ช่วงอายุก่อนเปิดกรีด (3-6 ปี) (R1y)
                                     2) แปลงปลูกยางพารารอบการปลูกที่ 1 ช่วงอายุหลังเปิดกรีด (18-22 ปี) (R1o)

                                     3) แปลงปลูกยางพารารอบการปลูกที่ 2 และ 3 ทั้งช่วงอายุก่อนเปิดกรีด (3-6 ปี)

                       และหลังเปิดกรีด (18-22 ปี) (R2y, R2o, R3y และ R3o) (ภาพที่ 22)
   117   118   119   120   121   122   123   124   125   126   127