Page 19 - การศึกษาการใช้หญ้าแฝกร่วมกับคันดินที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของยางพาราในเขตพัฒนาที่ดินลุ่มน้ำแหง อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน
P. 19
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
10
3
ความหนาแน่นรวมของดิน (g/cm )
2
1
0 2558 2559 2560
วิธีการที่1 1.5 1.46 1.37
วิธีการที่2 1.52 1.47 1.28
ความหนาแน่นรวมของดิน วิธีการที่3 1.47 1.47 1.31
วิธีการที่4 1.51 1.58 1.33
วิธีการที่5 1.52 1.55 1.32
ภาพที่ 1 ความหนาแน่นรวมของดิน
1.2 ความชื้นของดิน (soil moisture content) ที่ระดับความลึก 0 -15 เซนติเมตร
จากผลการทดลองปี 2558 ความชื้นของดินมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 11.46 -15.41 เปอร์เซ็นต์วิธีการ
ที่ 3 ใช้แถบหญ้าแฝกเป็นมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ า มีระดับความชื้นมากที่สุด 15.41 เปอร์เซ็นต์ วิธีการ
ที่ 5 ใช้คันดินแบบ 5 เป็นมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ า และมีการปลูกหญ้าแฝกบนสันคันดิน มีระดับ
ความชื้นรองลงมาเท่ากับ 15.19 เปอร์เซ็นต์ วิธีการที่ 1 ไม่มีมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ า ในพื้นที่ปลูก
ยางพารา มีระดับความชื้นเท่ากับ 13.94 เปอร์เซ็นต์ วิธีการที่ 4 ใช้คันดินแบบ 5 สลับกับแถบหญ้าแฝก
เป็นมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ ามีระดับความชื้น เท่ากับ13.44 เปอร์เซ็นต์ วิธีการที่ 2 คันดินแบบ 5 เป็น
มาตรการอนุรักษ์ดินและน้ า มีระดับความชื้น 11.46 เปอร์เซ็นต์ จากการทดลองจะเห็นได้ว่า วิธีการที่ 3
ใช้แถบหญ้าแฝกเป็นมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ ามีระดับความชื้นมากที่สุดเนื่องจากแฝกเก็บความชุ่มชื้นไว้
ในดิน
ตารางที่ 4 ความชื้นของดินที่ระดับความลึก 0-15 เซนติเมตร ปี 2558
วิธีการทดลอง ความชื้นของดิน t-test ความชื้นของดิน
(%) T1 T2 T3 T4 T5
วิธีการที่ 1 13.94 - ns * ns *
วิธีการที่ 2 11.46 - - ns ns ns
วิธีการที่ 3 15.41 - - - * ns
วิธีการที่ 4 13.44 - - - - -
วิธีการที่ 5 15.19 - - - - -
หมายเหตุ : ns หมายถึง ไม่แตกต่างกันทางสถิติ
* หมายถึง แตกต่างกันอย่างมีนัยส าคัญ (P<0.05)

