Page 25 - การจัดการดินเพื่อปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในกลุ่มชุดดินที่ 52 จังหวัดสระแก้ว โครงการนำร่องการผลิตพืชตามเขตการใช้ที่ดินพืชเศรษฐกิจเพื่อพัฒนาขีดความสามารถรถการแข่งขันในประชาคมอาเซียน
P. 25
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
19
สรุปผลการทดลอง
การศึกษาการจัดการดินเพื่อปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในกลุ่มชุดดินที่ 52 ดินมีความเหมาะสม
ปานกลางส าหรับปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (S2) ในพื้นที่บ้านเขาตาง๊อกสอง หมู่ที่ 11 ต าบลคลองไก่
เถื่อน อ าเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว พบว่า เมื่อมีการจัดการดินโดยการใช้ปุ๋ยเคมีมีผลท าให้สมบัติ
ทางเคมีของดินเปลี่ยนแปลง โดยปริมาณอินทรียวัตถุในดินส่วนใหญ่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและมีค่าอยู่ใน
ระดับค่อนข้างสูง ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ และปริมาณโพแทสเซียมที่เป็นประโยชน์ในดิน
เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนทุกต ารับการทดลอง ส่วนค่าความเป็นกรดเป็นด่างของดินมีการเปลี่ยนแปลงไม่
ชัดเจนนัก
ผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ พบว่า การใช้ปุ๋ยตามวิธีเกษตรกรร่วมกับน้ าหมักชีวภาพ ให้ผลผลิต
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และผลตอบแทนเหนือต้นทุนผันแปรสูงสุด เท่ากับ 1,496.1 กิโลกรัมต่อไร่ และ
1,541.5 บาทต่อไร่ ตามล าดับ ในขณะที่การใช้ปุ๋ยตามค าแนะน าจากการวิเคราะห์ดินใน
ห้องปฏิบัติการร่วมกับน้ าหมักชีวภาพ ให้ผลผลิตและผลตอบแทนเหนือต้นทุนผันแปรต่ าสุด และเมื่อ
วิเคราะห์ถึงผลประโยชน์ต่อหน่วยการลงทุนก็พบว่า การใช้ปุ๋ยตามวิธีเกษตรกรร่วมกับน้ าหมักชีวภาพ
เป็นวิธีที่ให้ผลประโยชน์ต่อหน่วยการลงทุนสูงสุด (0.25:1) ส่วนการใช้ปุ๋ยตามค าแนะน าจากการ
วิเคราะห์ดินในห้องปฏิบัติการร่วมกับน้ าหมักชีวภาพให้ผลประโยชน์ต่อหน่วยการลงทุนต่ าสุด
ประโยชน์ที่ได้รับ
1. ทราบถึงศักยภาพการผลิตของดินในการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตามเขตการใช้ที่ดิน
(Zoning) ที่ก าหนดตามระดับความเหมาะสมของดิน
2. ทราบถึงวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยใช้วิธีการจัดการดินกับพืช
ที่เหมาะสม และให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสูง
3. ฐานข้อมูลที่ได้จากการทดลองจะน าไปต่อยอดและพัฒนาวิธีการจัดการดินส าหรับการปลูก
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และถ่ายทอดไปสู่พื้นที่อื่นๆ ที่มีลักษณะดิน การใช้
ประโยชน์ที่ดิน และสภาพแวดล้อมใกล้เคียงกันได้ และน าไปสู่การแข่งขันกับประชาคมอาเซียนได้
ต่อไป
ข้อเสนอแนะ
1. การใช้ปุ๋ยเคมีให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ควรค านึงถึงต้นทุนธาตุอาหารในดิน และใช้ปุ๋ยเคมี
ให้พอเหมาะเพื่อลดต้นทุนการผลิต
2. ควรมีการปรับปรุงบ ารุงดินในพื้นที่อย่างสม่ าเสมอ
3. ควรแนะน าและส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่ใช้ประโยชน์ที่ดินส าหรับการปลูกพืชให้
เหมาะสมกับศักยภาพของดิน
4. ควรมีการทดลองซ้ าเพื่อความน่าเชื่อถือของงานวิจัย

