Page 61 - แผนการใช้ที่ดินลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำสายบุรี
P. 61

3-12





                  กรดจัดมากถึงกรดจัด มีคาความเปนกรดเปนดางประมาณ 4.5-5.5  ปญหาสําคัญในการใชประโยชน

                  ที่ดิน ไดแก เนื้อดินคอนขางเปนทราย มีความอุดมสมบูรณต่ํา และมีปญหาเกี่ยวกับการชะลางพังทะลาย

                  ของหนาดินโดยเฉพาะบริเวณที่มีความลาดชันสูง ปจจุบันบริเวณดังกลาวใชปลูกไมยืนตน ไมผล
                  แบงเปนหนวยที่ดินตางๆ คือ

                                    -  หนวยที่ดินที่ 39 สภาพพื้นที่ราบเรียบหรือคอนขางราบเรียบ มีเนื้อที่ 4,443 ไร

                  หรือรอยละ 0.22 ของพื้นที่ลุมน้ําสาขา

                                - หนวยที่ดินที่ 39b สภาพพื้นที่ราบเรียบหรือคอนขางราบเรียบ มีการปนคันนา
                  เพื่อทําการปลูกขาว มีเนื้อที่ 497 ไร หรือรอยละ 0.02 ของพื้นที่ลุมน้ําสาขา

                                    - หนวยที่ดินที่ 39B สภาพพื้นที่เปนลูกคลื่นลอนลาดเลกนอย มีเนื้อที่ 14,929 ไร

                  หรือรอยละ 0.74 ของพื้นที่ลุมน้ําสาขา
                                -  หนวยที่ดินที่ 39Bb สภาพพื้นที่เปนลูกคลื่นลอนลาดเลกนอย มีการปนคันนาเพื่อ

                  ปลูกขาว มีเนื้อที่ 1,003 ไร หรือรอยละ 0.05 ของพื้นที่ลุมน้ําสาขา

                                - หนวยที่ดินที่ 39C สภาพพื้นที่เปนลูกคลื่นลอนลาด มีเนื้อที่ 4,994 ไร หรือรอยละ

                  0.25 ของพื้นที่ลุมน้ําสาขา
                                (5)  กลุมชุดดินที่เปนดินทรายที่มีชั้นดานอินทรียภายในความลึก 100 เซนติเมตร

                  เปนกลุมดินที่พบบริเวณหาดทรายเกาหรือสันทรายชายทะเลเกิดจากการตะกอนทรายชายทะเล

                  บนพื้นที่ดอน ที่มีสภาพพื้นที่ราบเรียบหรือคอนขางราบเรียบ เปนดินลึกมาก มีการระบายน้ําดีปานกลาง
                  เนื้อดินเปนทรายจัด สีดินบนเปนสีเทาแก ใตลงไปเปนชั้นทรายสีขาว ดินลางเปนชั้นสะสมของพวก

                  อินทรียวัตถุ เหล็กหรือฮิวมัส สีน้ําตาล สีแดง ชั้นเหลานี้มีการอัดตัวแนนเปนชั้นดาน มีความอุดมสมบูรณ

                  ตามธรรมชาติต่ํา ปฏิกิริยาดินเปนกรดจัดมากถึงเปนกรดปานกลาง มีคาความเปนกรดเปนดางประมาณ
                  5.0-6.0 ปญหาสําคัญในการใชประโยชนที่ดิน ไดแก เนื้อดินคอนขางเปนทรายจัด และดินมีความอุดมสมบูรณต่ํา

                  พืชมักแสดงอาการขาดธาตุอาหารใหเห็น ในชวงฤดูแลงชั้นดานจะแหงและแข็งมาก รากพืชไมสามารถ

                  ไชชอนผานไปได สวนในชวงฤดูฝนจะเปยกแฉะและมีน้ําแชขัง ปจจุบันบริเวณดังกลาวเปนปาเสม็ด
                  ปาชายหาดปาละเมาะ บางแหงใชปลูกไมผลและไมยืนตน แบงเปนหนวยที่ดินตางๆ คือ

                                     -  หนวยที่ดินที่ 42 สภาพพื้นที่ราบเรียบหรือคอนขางราบเรียบ มีเนื้อที่ 48,557 ไร

                  หรือรอยละ 2.42 ของพื้นที่ลุมน้ําสาขา

                                    - หนวยที่ดินที่ 42b สภาพพื้นที่ราบเรียบหรือคอนขางราบเรียบ มีการปนคันนา
                  เพื่อปลูกขาว มีเนื้อที่ 3,064 ไร หรือรอยละ 0.15 ของพื้นที่ลุมน้ําสาขา

                                (6)  กลุมชุดดินที่เปนดินทรายลึกมาก เปนกลุมดินที่พบในเขตฝนตกชุก หรือ

                  บริเวณชายฝงทะเล เกิดจากการสลายตัวผุพังอยูกับที่ หรือถูกเคลื่อนยายมาในระยะทางไมไกลนัก





                                                                        กองนโยบายและแผนการใชที่ดิน กรมพัฒนาที่ดิน
   56   57   58   59   60   61   62   63   64   65   66