Page 50 - แผนการใช้ที่ดินลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำสายบุรี
P. 50

3-1





                                                         บทที่ 3


                                        การวิเคราะหเพื่อกําหนดเขตการใชที่ดิน


                  3.1   การวิเคราะหดานกายภาพ


                        3.1.1  ทรัพยากรที่ดิน
                            สถานภาพทรัพยากรที่ดินปจจุบันของลุมน้ําสาขาแมน้ําสายบุรี มีเนื้อที่ทั้งหมด

                  2,010,108 ไร เปนที่ลุมมีศักยภาพในการทํานา 148,577 ไร หรือรอยละ 7.38 ของพื้นที่ลุมน้ําสาขา เปนที่ดอน

                  มีศักยภาพในการปลูกพืชไร ไมผล ไมยืนตน หรือทุงหญาเลี้ยงสัตว  912,638  ไร หรือรอยละ 45.41
                  ของพื้นที่ลุมน้ําสาขา เปนพื้นที่ลาดชันเชิงซอนหรือพื้นที่ภูเขาที่ตองอนุรักษไวเปนพื้นที่ปาไม

                  823,894 ไร หรือรอยละ 40.99 ของพื้นที่ลุมน้ําสาขา เปนพื้นที่อื่นๆ ที่มิใชพื้นที่การเกษตร เชน ที่ดินดัดแปลง

                  พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตวน้ํา ชายหาด ที่ลุมชื้นแฉะ บอขุด พื้นที่หินโผล พื้นที่น้ํา และชุมชน รวมกันอีกประมาณ
                  124,999 ไร หรือรอยละ 6.22 ของพื้นที่ลุมน้ําสาขา ในสภาพปจจุบัน (ป พ.ศ. 2552) พื้นที่ถูกใชในการทํานา

                  143,358 ไร หรือรอยละ 7.14 ของพื้นที่ลุมน้ําสาขา เมื่อนําพื้นที่ลุมที่มีศักยภาพเหมาะสมในการทํานา

                  เปรียบเทียบกับพื้นที่ทํานาจริงพบวา พื้นที่ทํานาจริงมีนอยกวาพื้นที่มีศักยภาพทํานา 5,219 ไร แสดงวามี

                  การทํานาบนพื้นที่ดอน สังเกตไดจากการปนคันนาบนพื้นที่ดอนเพื่อปลูกขาว คือ หนวยที่ดินที่ 26b
                  26Bb 32b  32Bb 32gmb 34b 34Bb 34gmb 34gmBb 39b 39Bb  42b 43b 51Bb และ 53bจากสภาพการ

                  ใชที่ดินที่เปนอยูกอใหเกิดการชะลางพังทลายของดินในระดับนอย ปานกลาง รุนแรง รุนแรงมาก และ

                  รุนแรงมากที่สุด มีเนื้อที่รอยละ 51.51 22.68 7.22 1.53 และ 17.06 ของพื้นที่ลุมน้ําสาขา ตามลําดับ

                             จากการสํารวจดินในระดับคอนขางละเอียด ที่ระดับมาตราสวน 1:25,000 สามารถนําขอมูล
                  มาวิเคราะห และจัดทําหนวยที่ดิน โดยแยกเปนหนวยที่ดินเดี่ยว ประกอบไปดวย หนวยที่ดินที่  2 2I 2MI 5

                  6 6I 6M 6MI 10 10I 10M 10MI 14 14I 14M 14MI 17 17I 17M 17MI 18 18I 18MI 22 22I 22MI 23 23I 23M

                  23MI 26 26b 26B 26Bb 26C 26D 26E 32 32b 32B 32Bb 32gm 32gmb 34 34b 34B  34Bb 34C 34D 34E
                  34gm 34gmb 34gmB 34gmBb 39 39b 39B 39Bb 39C 42 42b 43 43b 43B 45C 50B 50C 50D  50E 51B

                  51Bb 51C 51D 51E 53  53b 53B  53C 53D 53E  57I 57MI 58I 59  59I  59M  59MI   และ 62  หนวยที่ดินรวม

                  หรือหนวยที่ดินเชิงซอน ไดแก หนวยที่ดินที่  45B/53B  45D/53D  45E/53E  57MI/58MI  และหนวยเบ็ดเตล็ด
                  ไดแก พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตวน้ํา (AQ) ชายหาด (BEACH) ที่ลุมชื้นแฉะ  (MARSH)  ที่ดินดัดแปลง (ML)

                  บอขุด (P) พื้นที่หินโผล (RL) พื้นที่ชุมชนและสิ่งปลูกสราง (U) และ พื้นที่น้ํา (W) เปนตน จากหนวยที่ดิน

                  ดังกลาวขางตนไดอธิบายรายละเอียดของหนวยที่ดิน โดยแบงเปนดินที่ลุม ดินในที่ดอน และหนวยเบ็ดเตล็ด
                  (ตารางที่ 3-1 และรูปที่ 3-1) โดยไดสรุปสถานภาพทรัพยากรดิน ดังตารางที่ 3-2 รายละเอียดตางๆ มีดังนี้







                  แผนการใชที่ดินลุมน้ําสาขาแมน้ําสายบุรี
   45   46   47   48   49   50   51   52   53   54   55